Pages

Showing posts with label ผิว. Show all posts
Showing posts with label ผิว. Show all posts

Thursday, October 1, 2020

ผิวสวยใสง่ายๆ ด้วย 5 สูตรมาสก์หน้าจากธรรมชาติ - Sanook

pasipaso.blogspot.com

การรักษาผิวหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นการดูแลและปรนนิบัติผิวของตัวเองด้วยสิ่งของจากธรรมชาติปราศจากสารเคมี ซึ่งวันนี้เราก็มีถึง 5 สูตรที่หาได้จากของใกล้ตัวมาแนะนำให้คุณได้ลองนำไปใช้กัน โดยจะมีอะไรบ้างนั้นและจะได้ผลดีมากแค่ไหน ก็ต้องไปดูกันได้เลยค่ะ


1.ผงโกโก้และซาวน์ครีม
การใช้ผงโกโก้กับซาวน์ครีม จะเป็นการช่วยขัดผิว เพราะผงโกโก้มีสารที่ช่วยบำรุงผิวในขณะที่ซาวครีมจะมีกรดจากธรรมชาติที่ไม่แรงจนเกินไป จึงช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการใช้ไม่ได้ใช้แค่เพียงผงโกโก้และซาวน์ครีมเท่านั้น แต่จะต้องมีการผสมน้ำผึ้ง และไข่ขาวไข่ไก่อีก 1 ฟองผสมรวมกันแล้วพอกหน้าเอาไว้ โดยสูตรนี้ห้ามแช่เกินกว่า 10 นาที เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้


2.ไข่ไก่
การใช้ไข่ไก่มาร์คหน้าจะคล้ายๆ การใช้ไข่ขาวจากไข่ไก่ลอกผิวหน้า เพียงแต่วิธีนี้จะนำสำลีชุบไข่ขาวมาแปะเอาไว้บนผิวหน้ารอแค่เพียง 10 นาทีก็ล้างออก ในขณะที่การลอกสิวเสี้ยนจะต้องปิดไว้จนกระทั่งสำลีหรือกระดาษทิชชูที่จุ่มนั้นแห้งจึงดึงออก ซึ่งโปรตีนจากไข่จะช่วยบำรุงผิวจากภายนอกซึมซาบเข้าสู่ผิวภายใน เป็นการซ่อมแซมผิวที่สึกหรอช่วยให้หน้าของคุณขาวเนียนยิ่งขึ้น


3.ขมิ้นชันและน้ำผึ้ง
ใช้ขมิ้นชันครึ่งช้อนชากับน้ำผึ้งผสมให้เหลวแล้วนำมาพอกหน้าไว้ ขัดวนเบาๆ เพื่อเป็นการนวดหน้าไปในตัว ทิ้งเอาไว้ 10 นาทีเว้นรอบบริเวณปากและตา จะช่วยแก้ปัญหาสิวอักเสบ รอยสิวแดงดำทั้งหลายและช่วยผลัดผิวให้กระจ่างใสและได้ผิวที่ขาวเนียนอีกด้วย


4.กล้วย น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว
ใช้กล้วย 1 ผลผสมกับน้ำมันมะกอกและมะนาวครึ่งซีก บดผสมรวมกันคนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาทาทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นให้ใช้น้ำอุ่นล้างออก โดยน้ำจะต้องอุ่นกำลังพอดี ซึ่งจะช่วยล้างความสกปรกบนใบหน้าออกได้อย่างหมดจด และลดความมันได้ดีมากทีเดียว


5.แตงกวากับว่านหางจระเข้
สูตรนี้เป็นสูตรของสาวผิวแห้งที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นและยังเป็นการลดรอยต่างๆ บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี โดยให้นำน้ำแตงกวากับว่านหางจระเข้มาบดรวมกันให้เป็นเนื้อเดียว แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออก เท่านี้ใบหน้าของคุณก็จะมีความชุ่มชื้นทำให้ผิวสวยเด้งมากขึ้นแล้วล่ะ

สูตรการรักษาผิวที่เราได้นำเสนอไปนี้เป็นสูตรรักษาผิวที่คุณสามารถหาวัตถุดิบได้ง่ายๆ จากรอบข้างหรือจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องไปหาไกล แถมมีความปลอดภัยต่อผิว และได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
October 02, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/3cWQRDC

ผิวสวยใสง่ายๆ ด้วย 5 สูตรมาสก์หน้าจากธรรมชาติ - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Wednesday, September 30, 2020

"เทรนด์โชว์ผิว" การดูแลสุขภาพผิวหน้าสุดฮิตของสาวออฟฟิศ - ไทยรัฐ

pasipaso.blogspot.com

29 ก.ย. 2563 19:35 น.

"เทรนด์โชว์ผิว" เทรนด์สุดฮิตของสาวออฟฟิศ จะทำอย่างไรให้ "ผิวหน้า" สุขภาพดี ดูสดใสเปล่งประกาย เสมือนความงามจากภายในปรากฏสู่ภายนอกของเรือนร่าง นี่คือเทรนด์ความสวยความงามที่สาวๆ ในยุคปัจจุบันต้องการ Skin Radiance จึงเป็นหนึ่งเทรนด์ดูแลสุขภาพผิวหน้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะความแตกต่างเพียงน้อยนิด ทำให้คุณสวยในแบบฉบับของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาศัลยกรรมบนใบหน้า จนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรูปหน้าจนจำไม่ได้ โดยเฉพาะกับสาวออฟฟิศอย่างเราๆ แค่ได้ยินคำว่า ไปทำอะไรถึงดูสวยขึ้น!! แค่นี้ก็หัวใจพองโตเพิ่มพลังบวกพร้อมทำงานในวันหนักๆ แล้ว วันนี้ MIRROR จึงมีเรื่องราวของความงามที่ช่วยให้ผู้หญิงสวยแบบไม่แตกต่างไปจากเดิม โดยเภสัชกรหญิงกิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านและเทคโลยีความงามจากเมิร์ซเอสเธติกส์ไทยแลนด์ ได้ให้ความรู้และข้อมูลของเทรนด์ Skin Radiance กับ Lady MIRROR เพื่อเป็นตัวเลือกในการเพิ่มความมั่นใจในความงามให้กับตัวเอง เราไปลงลึกในข้อมูลพร้อมๆ กัน

เทรนด์ดูแลสุขภาพผิวหน้าด้วย Skin Radiance

Skin Quality เทรนด์ผิวสุขภาพดี

"เทรนด์โชว์ผิว" เทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของสาวออฟฟิศในขณะนี้ คือ เทรนด์ Skin Quality ด้วยการดูแลผิวหน้าอย่าง Skin Radiance หนึ่งในเทรนด์ทางเลือกที่เป็นการรักษาผิวหน้าโดยเฉพาะ โดยการทำให้ผิวหน้าดูสดใสแข็งแรง สดใส มีน้ำมีนวล และดูฉ่ำวาวแบบไม่ได้แต่งหน้า ซึ่งเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหน้าแห้งจัด หรือไม่ค่อยชื่นชอบการแต่งหน้า แต่ชอบโชว์ผิวหน้ามากกว่า รวมถึงคนที่มีปัญหา Anti-Aging ด้วย

ทรีตเมนต์ "เทรนด์โชว์ผิว" เพื่อผิวหน้าสุขภาพดี

"Skin Radiance" คือทรีตเมนต์ผิวด้วยการฉีด Hyaluronic Acid หรือฟิลเลอร์เนื้อเนียนเข้าที่ผิวชั้นบนแบบตื้นๆ เพื่อให้ผิวเรียบเนียน ฉ่ำวาว และอิ่มน้ำ ทำให้ผิวหน้าดูสุขภาพดี มีออร่า พร้อมกับเป็นการกระชับรูขุมขนให้เล็กลง โดยหลังจากการทำทรีตเมนต์ดังกล่าวจะช่วยให้ผิวหน้าใส ผิวอุ้มน้ำได้มากขึ้น ดูชุ่มชื้นมากขึ้น และเป็นการเติมร่องผิว ช่วยให้ร่องตื้นขึ้น เรียกว่าเป็นการย้อนไวให้กับผิวหน้า

เทคนิคของการแก้ปัญหาผิวหน้า 

Skin Radiance ผิวฉ่ำวาว ตอบโจทย์เทรนด์โชว์ผิว ด้วยการฉีดผิวหน้าแบบนาฬิกาทราย ที่บริเวณพวงแก้มซึ่งเป็นจุดกระทบแสง ซึ่งเทรนด์การฉีดแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะการทำ Skin Radiance จะใช้ฟิลเลอร์สูตรนิ่มซึ่งเป็นตัวที่เบาที่สุดในการฉีดเข้าผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเนียนกริ๊บ ดูใสและอ่อนเยาว์ ซึ่งหากไม่ได้สังเกตจะไม่ทราบเลยว่า เหตุใดผิวหน้าถึงดีขึ้นโดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้แตกต่างจากไปเดิม ซึ่งสอดรับกับเทรนด์การดูแลผิวหน้าในปัจจุบัน ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่ชอบทำอะไรที่มันแตกต่างไปจากเดิมมากๆ คือไม่ต้องการให้รู้ว่าไปทำอะไรมา แต่การทำเพียงเท่านี้ จะช่วยให้รู้สึกภูมิใจและมั่นใจขึ้นเมื่อได้รับคำชมจากผู้อื่น 

ปัญหาผิวหน้าที่เหมาะกับ Skin Radiance

Skin Radiance เหมาะกับใครบ้าง? คำตอบที่สาวๆ อยากรู้ MIRROR ได้คำตอบจากกูรูมาว่า การแก้ปัญหาด้วย Skin Radiance เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง หรือมีปัญหาแต่งหน้าไม่ติด ที่เกิดจากอาการผิวขาดน้ำ หรือดื่มน้ำน้อย นอกจากนี้คนที่เดินทางบ่อยๆ ทำให้ผิวเสียสมดุล หรือสาวๆ ที่มีผิวหน้าโทรมจากการทำงานหนักหรือพักผ่อนน้อย รวมถึงกับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง หรือหลุมสิว รวมถึงร่องริ้วรอยตื้นๆ เพราะการทรีตเมนต์ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูสดใสและอ่อนกว่าวัยขึ้น

และนี่คือ Skin Radiance หรือ "เทรนด์โชว์ผิว" หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในด้านการเสริมความงาม MIRROR อยากให้สาวๆ ได้รับความรู้และฉลาดเลือกในสิ่งต่างๆ มากขึ้น จึงนำข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอ ส่วนวันหน้าเราจะมีเทรนด์ความสวยความงามเรื่องอะไรมานำเสนอนั้น ติดตามอ่านบทความด้าน "สุขภาพ" ได้ที่นี่ จงสวยในแบบที่คุณเป็น เพราะความงดงามจะสร้างตัวตนในแบบของคุณ.

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 29, 2020 at 07:35PM
https://ift.tt/36ddN01

"เทรนด์โชว์ผิว" การดูแลสุขภาพผิวหน้าสุดฮิตของสาวออฟฟิศ - ไทยรัฐ
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Thursday, September 24, 2020

7 วิธีถนอมผิวลูกน้อยในยามเป็นขุยให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งลอกกว่าเดิม - Sanook

pasipaso.blogspot.com

ผิวของลูกน้อยหลังคลอดใหม่ๆ มักจะดูนุ่มลื่นน่าสัมผัส นั่นเป็นเพราะผิวของลูกยังมีไขที่เคลือบไว้หลังคลอดนั่นเอง แต่เมื่อหลายวันผ่านไป ไขนั้นจะถูกเช็ดออกไปจนหมด จึงทำให้ผิวเริ่มมีความบอบบาง รวมทั้งผิวสัมผัสกับอากาศเย็นๆ ซึ่งลูกน้อยบางคนอาจจะยังมีผิวที่อ่อนแอและระคายเคืองง่าย จึงส่งผลทำให้เกิดปัญหาผิวเป็นขุยได้ เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือปล่อยปละละเลยไป เพราะจะทำให้เกิดอาการลุกลามจนทำให้ผิวมีอาการผดผื่นได้ วันนี้เราจึงขอนำ 7 วิธีสำคัญที่จะช่วยดูแลผิวเป็นขุยของลูกน้อยมาแชร์ให้คุณแม่ทุกท่านได้ทราบกันค่ะ


1.ไม่ควรอาบน้ำลูกน้อยนานเกินไป
การอาบน้ำลูกนานจนเกินไป หรือแม้แต่การอาบน้ำให้ลูกบ่อยๆ เป็นการทำให้ไขมันที่เคลือบผิวไว้ออกจนหมด ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและมีอาการแห้งตามมาได้ ดังนั้นคุณแม่ควรพยายามใช้เวลาในการอาบน้ำลูกให้เร็วที่สุด


2.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำลูกด้วยน้ำอุ่น
ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนในการอาบน้ำให้ลูก เพราะจะช่วยลดโอกาสการเกิดผิวแห้งได้มาก ซึ่งแนะนำให้คุณแม่ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ หรือจะเลือกอาบน้ำให้ลูกในช่วงกลางวันหรือบ่ายๆ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่เย็นมากก็ได้เช่นกัน หรือหากเป็นน้ำอุ่นก็ควรไม่ร้อนเกินไป และอาจจะหยดเบบี้ออยล์ลงไปในน้ำเพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นในผิวของลูกด้วยจะดีที่สุด


3.งดใช้ฟองน้ำถูผิว
การใช้ฟองน้ำถูผิวลูกซึ่งเป็นขุยจะยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองและแห้งยิ่งขึ้น ดังนั้นแนะนำให้คุณแม่ใช้มือถูผิวลูกแต่เพียงเบาๆ เพื่อเช็ดล้างทำความสะอาดร่างกายลูกให้สะอาดแทน


4.ก่อนนอนควรสวมใส่ถุงมือและถุงเท้าให้ลูก
การสวมใส่ถุงมือและถุงเท้าให้ลูก เป็นการป้องกันไม่ให้ลูกเกาผิวบริเวณที่เป็นขุย อีกทั้งยังช่วยรักษาความอุ่นให้กับร่างกายของลูกอีกด้วย สำหรับบ้านไหนที่นอนในห้องแอร์ ก็ควรสวมเสื้อผ้าและห่มผ้าให้ลูกด้วยจะยิ่งดี เพื่อลดโอกาสผิวสัมผัสกับอากาศหนาวนั่นเอง


5.เลือกใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน
สบู่หรือครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยนจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวลูกได้ง่าย และยังมั่นใจได้ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมหรือสารทำความสะอาดที่อาจทำให้ผิวลูกแพ้มากยิ่งขึ้น


6.บำรุงผิวลูกน้อยให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา
การบำรุงผิวลูกน้อยให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา ด้วยการทาน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกสูตร 100% หลังอาบน้ำ จะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำที่ผิวได้เป็นอย่างดี หรืออาจจะชโลมด้วยเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำก็ได้เช่นกัน


7.ห้ามเกาและห้ามลอกผิวที่เป็นขุยเด็ดขาด
หากเห็นลูกเกาบริเวณผิวที่เป็นขุย คุณแม่ไม่ควรช่วยเกาให้หรือช่วยลอกผิว เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะยิ่งทำให้ผิวเป็นขุยยิ่งขึ้น และยังอาจทำให้ผิวของลูกเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย


ผิวเป็นขุยในเด็กทารก ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น ดังนั้นคุณแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากจนเกินไป แต่ควรหันมาใส่ใจในการดูแลผิวของลูกน้อยให้มากๆ หมั่นเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน และอย่าลืมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวลูกน้อยตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผิวของลูกแห้งจนอาจเป็นขุยมากกว่าเดิม

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 25, 2020 at 09:47AM
https://ift.tt/3070KJu

7 วิธีถนอมผิวลูกน้อยในยามเป็นขุยให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งลอกกว่าเดิม - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

6 วิธีดูแลผิวให้ห่างไกลสิว แม้ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกวัน - Sanook

pasipaso.blogspot.com

แม้ว่าการสวมหน้ากากอนามัยจะกลายเป็นเรื่องคุ้นชินสำหรับทุกๆ คนกันไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการสวมหน้ากากอนามัยสามารถส่งผลเสียต่อผิวหน้าได้มากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีผิวแพ้ง่าย ยิ่งต้องใส่ใจในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยกันอย่างมาก มาลองดู 6 วิธีที่จะช่วยป้องกันสิวจากการสวมหน้ากากอนามัยที่เราได้นำมาแชร์ให้ได้ทราบกันดีกว่า เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ คนได้มากเลยทีเดียว


1.แต่งหน้าลุคเบาๆ
ต่อให้มีหน้ากากอนามัยปกปิดผิวหน้า สำหรับสาวๆ แล้วการแต่งหน้าก็ยังคงดำเนินการต่อไปเหมือนเช่นเดิม เพราะการแต่งหน้าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอย่างมาก ดังนั้นเพื่อป้องกันสิวจากการสวมหน้ากากอนามัยดังกล่าว แนะนำให้สาวๆ เลือกแต่งหน้าลุคเบาๆ อย่างน้อยเพื่อให้ผิวสามารถระบายอากาศได้บ้าง เพราะผิวที่อยู่ภายใต้หน้ากาก อาจส่งผลให้อากาศระบายได้ไม่ดีเท่าที่ควร


2.ทำความสะอาดตามขั้นตอน
การล้างหน้าในช่วงที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย จำเป็นที่จะต้องใส่ใจในขั้นตอนการล้างหน้าที่ถูกต้อง โดยควรเน้นในเรื่องการใช้รีมูฟเวอร์เพื่อเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด ต่อด้วยการล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า แล้วปิดท้ายด้วยการเช็ดผิวหน้าด้วยโทนเนอร์ สำคัญที่สุดคือห้ามทิ้งขั้นตอนใดไปเด็ดขาด


3.งดใช้เครื่องสำอางเนื้อครีมหนา
การใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์หลายๆ ตัว ในช่วงที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย อาจทำให้ผิวอุดตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย อีกทั้งยังทำให้รู้สึกหนักหน้าและผิวมันอีกด้วย


4.เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน
อย่ารอให้หน้ากากเลอะก่อนถึงจะเปลี่ยน เพราะวิธีนี้ส่งผลเสียต่อผิวหน้าและอาจก่อให้เกิดสิวตามมาได้ อย่าลืมว่าหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ย่อมมีสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคติดอยู่เสมอ ซึ่งไม่ต่างจากเสื้อผ้าที่เราใส่ บางครั้งก็เปลี่ยนวันละ 2-3 ชุด เพื่อความสะอาด ซึ่งหน้ากากอนามัยก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนทุกวัน อย่าเสียดาย เพราะสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมีค่ามากกว่าเสมอ


5.ใช้หน้ากากเนื้อนุ่มและพอดีกับใบหน้า
การเลือกหน้ากากอนามัยไม่ควรเน้นแต่เพียงเรื่องแบรนด์หรือลวดลายสีสันสดใส แต่ควรเน้นที่ความนุ่มของหน้ากาก และเลือกใส่หน้ากากอนามัยที่มีความพอดีกับใบหน้า ทั้งนี้เพื่อลดการเสียดสีกับผิวหน้าและไม่ทำให้ผิวหน้าโดนกดมากจนเกินไปนั่นเอง


6.ไม่ใส่หน้ากากอนามัยนานเกินไป
การรู้จักป้องกันย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรมากจนเกินไป โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน จนแทบจะไม่ค่อยถอดออกมาเลย เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจนำมาสู่การเกิดสิวที่หนักมาก เนื่องจากผิวที่ถูกปิดด้วยหน้ากากอนามัยจะเกิดการอับชื้นหรือทำให้เกิดความมันมากกว่าปกติ

รู้ถึงวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดสิวในช่วงเวลาที่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่ยังมีพฤติกรรมแบบข้างต้น แนะนำว่าให้ลองปรับเปลี่ยนกันสักนิด และที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจในเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะการล้างหน้าและการหมั่นเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน เพราะสิ่งนี้ถือว่าสำคัญต่อการดูแลผิวหน้าในสถานการณ์ที่ต้องป้องกันไวรัสนั่นเองค่ะ

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 25, 2020 at 08:00AM
https://ift.tt/2GaD5k9

6 วิธีดูแลผิวให้ห่างไกลสิว แม้ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกวัน - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Wednesday, September 23, 2020

เปิดชีวิต ซามีน่า MUT2020 นางงามผิวสีบ้านจนผู้ไม่เคยมองที่ต้นทุนชีวิต (คลิป) - ไทยรัฐ

pasipaso.blogspot.com

หนูก็เลยไม่ได้ถามตรงนั้นและอีกอย่างก็รู้สึกว่า ถ้าเค้าอยากจะเล่า เค้าเล่าเอง หนูมีพี่น้อง 4 คน มีพี่สาว พี่ชาย ตัวซา และน้องสาวค่ะ ซาเป็นผิวสีคนเดียว”

เรามีความคิดอยากตามหาคุณพ่อไหม?

“ไม่นะคะ หนูอยู่ตรงนี้หนูมีความสุขดี แต่ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้เจอก็อยากรู้แหละ เค้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา เราก็อยากรู้ว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไง ทัศนคติเค้าเป็นยังไง วิธีการพูด วิธีการคิดเค้าเป็นยังไง ก็อยากทำความรู้จักเหมือนกัน

คือหนูไม่ได้รู้มาตั้งแต่แรกแม่มาบอกว่า พ่อแยกกัน เธอมีพ่อ บอกตอนอายุ 15 หนูเลยชินกับการที่ไม่ได้พูดถึงพ่อ และไม่ได้รู้สึกว่าต้องเจอหรือยังไง และถ้ามีโอกาสได้เจอหนูอยากเจออยู่แล้ว”

อยากใช้ตรงนี้เพื่อตามหาพ่อไหม?

“ถ้ามันเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ทำให้ได้เจอกันหนูก็คิดว่าเป็นทิศทางที่ดีนะคะ เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”

ชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?

"หนูอยู่กับแม่ที่สระบุรีค่ะ ก็เรียนโรงเรียนออกแนวชนบทหน่อย แต่ก็มีความสุขนะคะ การเดินทางอาจจะยากลำบาก ไกลนิดนึง แต่ว่าอย่างอื่นก็ไม่ได้มีอุปสรรค หนูใช้ชีวิตปกติเลย เช้าก็ตื่นไปให้ทันรถโดยสารรอบ 6 โมงตรง ถ้าพลาดรอบนี้หนูจะไปสาย เพราะฉะนั้นต้องตื่นให้ทันรอบนี้ทุกๆ วัน นั่งรถโดยสารประมาณ 7-10 กิโล ไปกลับโรงเรียน แล้วบวกกับตอนที่หนูเรียนชอบทำกิจกรรมมาก หลังเลิกเรียนหรือพักกลางวันก็จะใช้เวลาทำกิจกรรม"

ความมั่นใจของเราเป็นแบบนี้มานานแล้วใช่มั้ย?

"เป็นมานานแล้วค่ะ มันเกิดจากแม่ คือตอนแรกที่หนูไปโรงเรียนวันแรกวันนั้นหนูโดนล้อที่โรงเรียนหนักมาก แล้วกลับมาหาแม่และบอกเค้าว่า หนูไม่อยากไปโรงเรียนเลย มันไม่สนุก มีแต่คนว่าหนู เค้าว่าทุกอย่างเลย แต่ตอนนั้นหนูไม่ได้โกรธนะ แต่หนูไม่เข้าใจ

เพราะหนูเห็นคนไทยที่ผิวคล้ำเท่าหนูหรือมากกว่าหนู ก็ล้อหนูว่าผิวดำ หนูเห็นคนที่ผมหยิกเท่าหนู ก็ล้อหนูว่าผมหยอง หนูก็เลยไม่เข้าใจว่า เรากับคุณต่างกันยังไง ตอนเด็กเราไม่เข้าใจเรื่องเชื้อชาติ เลยจะงงๆ มากกว่า แต่พอโดนอย่างนี้ทุกวันเลยไม่โอเค 

เลยกลับมาคุยกับแม่ว่า ไม่โอเคเลย แม่เลยพูดว่าเอาอย่างนี้ถ้าไปแล้วโดนแกล้ง โดนว่าแล้วไม่สู้ เธอคาดหวังอะไร แบบไม่สู้เองแล้วรอให้ใครช่วย เค้าก็เลยบอกว่าถ้าวันไหนกลับมาแล้วโดนแกล้ง เค้าจะตีซ้ำเท่าจำนวนที่โดนมา หมายความว่าเค้าสอนให้เราต้องสู้ตั้งแต่เด็กค่ะ 

หนูไม่ได้มีปัญหากับรูปร่างหน้าตาตนเองนะ หนูออกจะภูมิซ้ำ หนูสวยตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าหน้าหนูมันแย่หรืออัปลักษณ์ แล้วหนูภูมิใจของหนูมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งพอแม่มาพูดอย่างนี้ปุ๊บ หนูมีความมั่นใจไปอีก ครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดและอบอุ่นที่สุดสำหรับหนู 

พี่น้องหนูถึงจะเป็นเอเชียนะคะ แต่ทุกคนในบ้านไม่เคยพูดหรือล้อหนูเรื่องสีผิวแม้แต่ครั้งเดียว หนำซ้ำเค้าออกรับหนูแทนด้วย คนกลุ่มนี้คือคนที่ซัพพอร์ตหนูและดูแลหนูมากที่สุด ครอบครัวมันก็เลยดีมั้งคะ ส่งให้หนูมั่นใจไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้"

อยากบอกอะไรคนที่มองเหยียดเราบ้างมั้ย?

"จริงๆ หนูไม่ได้อยากบอกอะไรเค้านะคะ ถ้าเค้าคิดได้ตั้งแต่แรกอะไรพวกนี้มันก็จะไม่ออกมาอยู่แล้ว มันเป็นระบบความคิด กระบวนการความคิดของแต่ละบุคคลไป ซึ่งหนูคอนโทรลไม่ได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายที่สุด ถ้าหนุอยากจะบอก ณ จุดนี้ หนูอยากจะบอกกับเด็กหลายๆ คนที่ยังผ่านตรงนี้ไปไม่ได้มากกว่า

แน่นอนว่าแต่ละคนต้นทุนไม่เท่ากัน ครอบครัวอาจจะไม่ได้อบอุ่นเท่าหนู บางครอบครัวอาจจะไม่ได้ซัพพอร์ตมากขนาดนี้ แต่ให้ดูเราว่าเราแทบไม่มีต้นทุนอะไรเลยในชีวิต แต่ท้ายที่สุดเรายังผ่านมาได้ มันเริ่มจากข้อเดียวคือเรารักและภาคภูมิใจในตัวเอง ถ้าเราเริ่มจากข้อนี้ได้ คุณทำอะไรก็ได้แล้วในโลกนี้"

ชีวิตที่ผ่านมาของเราลำบากมั้ย?

"ลำบากค่ะ เราอยู่กับการที่เดี๋ยวโดนตัดน้ำตัดไฟ เดี๋ยววันนี้มีน้ำอีกสักพักไฟตัด จุดเทียนอ่านหนังสือ เขียนหนังสือเป็นเรื่องปกติ หนูชินมั้ง เลยไม่รู้สึกลำบากอะไร คือบ้านหนูมันจะเป็นเหมือนฝายข้ามน้ำ แล้วน้ำจะท่วมทุกปี

เพราะฉะนั้นชุดนักเรียนที่หนูจะไปโรงเรียนทุกวันก็จะเป็น เสื้อนักเรียน กางเกงสเตย์ แล้วถอดกระโปรงพับใส่ถุงใส่กระเป๋านักเรียน เอารองเท้าใส่กระเป๋า แล้วก็จะเดินข้ามน้ำมา พอมาถึงก็จะไปขอบ้านเพื่อนเค้าล้างเท้า เปลี่ยนชุดแล้วค่อนขึ้นไปโรงเรียน

หรือช่วงไหนที่ไฟตัด หนูก็จะใส่ชุดที่ยับไปก่อน แล้วไปถึงโรงเรียนให้เร็วที่สุด แล้วเข้าไปหาครูที่ปรึกษาเพื่อเอาเตารีดไปรีดผ้า เราจะไปบอกว่าครูคะ ไฟหนูตัดหนูเลยรีดผ้าไม่ได้ บอกแบบนั้นไม่ได้ มันมีวิธีแก้ปัญหา หนูเลยต้องแก้ปัญหาก็ไปโรงเรียนให้เช้าที่สุด สุดท้ายหนูมีเสื้อผ้าเรียบ ไปทันเข้าแถวเช้าทุกวัน"

"ไฟโดนตัดเพราะเราไม่มีเงินจ่าย ภาระการเลี้ยงดูทั้งหมดคืออยู่ที่แม่ แม่หนูเค้าประสบอุบัติเหตุประมาณช่วงหนูอายุ 14-15 แขนข้างหนึ่งเค้าจะใช้การไม่ได้ ทำงานหนักไม่ได้ คือค่าใช้จ่ายก็เริ่มไม่พอแล้ว แต่เมื่อก่อนถึงมีไม่เยอะ

แต่ก็พอใช้จ่ายในบ้าน พอเค้าใช้จ่ายไม่ได้ หนูก็เริ่มผันตัวเองมาเป็นเสาหลักแล้ว พออายุ 15 ปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือไปสมัครงานเซเว่น พอกลับมาก็ไปรับจ้างล้านชาม เพื่อเอาเงินตรงนั้นมาเรียน เสาร์-อาทิตย์ไปรับจ้างตัดข้าวโพด เพื่อวันจันทร์-ศุกร์จะได้มีเงินไปเรียน"

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราก้าวผ่านอุปสรรคในชีวิตได้?

"มันมีช่วงที่ผ่านไปไม่ได้อยู่นะคะ แต่ว่าหนูรู้สึกว่าหนูรักตัวเอง ไม่อยากเห็นตัวเองเศร้า มันมีซีนนึงที่หนูรู้สึกว่าอันนี้มันจะไม่เกิดขึ้นกับหนูอีกแล้ว จะไม่ร้องไห้กับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว คือหนูโดนเพื่อนว่ามากจนเก็บไปฝันว่า ถ้าตื่นเช้ามาแล้วขาว ทุกคนจะรักเรา

พอตื่นเช้ามาอันดับแรกที่ทำคือ เอาสก๊อตไบร์ทมาขัดตัวหนูเพื่อให้ขาวขึ้น แต่สุดท้ายมันแสบ ไม่ช่วยอะไร ถึงเรานอนตื่นมาผิวเราก็ยังสีนี้อยู่ ผมเราก็ยังหยิกอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ แล้วแม่หนูเองเค้าไมาเคยพูดเลยนะว่า เธอต้องขาวขึ้นนะจะได้สวยเหมือนลูกบ้านนั้น ต้องหนีบผมสิจะได้สวยเท่าลูกบ้านนี้

เค้ามีแต่บอกว่า แบบนี้แหล่ะสวย แบบนี้แหล่ะดี เป็นตัวเองแบบนี้สวยแล้ว หนูก็เลยผ่านตรงนั้นมาได้ และรู้สึกว่าถ้าหนูล้ม ใครจะซัพพอร์ตแม่และน้อง เพราะเรากันแค่นี้ ไม่มีญาติเยอะ เราต้องดูแลซึ่งกันและกันเอง ที่หนูผ่านตรงนั้นมาเพราะอยากให้แม่สบาย และคุณภาพชีวิตของแม่ดีขึ้น เพราะตอนนี้หนูก็เป็นเสาหลักของที่บ้าน ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดค่ะ"

เราเคยไม่มีขนาดไหน?

"คำว่าไม่มีแม้แต่บาทเดียวเกิดขึ้นกับหนูนะ หนูจะต้องขึ้นรถโดยสาร 10 บาา สิ่งที่หนูทำ มันไม่มีเงินน่ะ แต่หนูต้องไปโรงเรียนแล้ว พอลงรถก็ได้แต่ขอบคุณค่ะ แล้วเดินเข้าโรงเรียน ก็บอกเค้าว่า พี่คะ ถ้าวันไหนหนูมีหนูเอามาคืนนะ เค้าบอกว่าไม่เป็นไร มันไม่มีคือมันไม่มีจริงๆ 

วันไหนไม่มีข้าวจะกินกับแม่ ก็เอาน้ำร้อนต้ม แล้วที่บ้านจะมีบ่อปลาข้างบ้านถัดไป 4 บ่อ จะเด็ดผักบุ้งมาต้มใส่เกลือ แล้วมานั่งกินกับแม่ก็ขำกัน เพราะหนูเคยผ่านมาแล้ว เจออีกกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร ไม่ได้มานั่งโอดโอยอะไร"

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราเข้ามาประกวด?

"อันแรกเลยคือหัวข้อ “Real You, Real Universe” เวทีนางงามเค้าจะต้องโฟกัสความงามจากภายนอกอยู่แล้ว อย่างน้อยบุคลิกภาพต้องดี ทีนี้เราจะเอาอะไรไปสู้กับเค้า พอมีคีย์เวิร์ดนี้มา เราเป็นตัวเองได้ 100% คนเรามันหลากหลาย

มีความงามได้ทุกรูปแบบแล้วเวทีกว้างมาก ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ไม่ได้โฟกัสว่าเราต้องเป็นผิวสี หรือเป็นแบบพิมพ์นิยมจริงๆ แล้วไม่ให้เราเข้า ต้องขอบคุณโอกาสที่ให้เราจริงๆ ทุกๆ อย่างให้เราปล่อยของได้ทำเต็มที่ หนูก็เลยมา

ไม่ได้มาเพื่อจะบอกว่า มาจ้างงานหนูนะ หรือมาเพื่อให้ซัพพอร์ตหนูนะ หนูมาแค่ว่าในจุดนี้ หนูมาเพื่อให้คนอื่น ให้เด็กรุ่นใหม่มองมาแล้วรู้สึกว่า พี่คนนี้เจ๋งว่ะ ผ่านมาได้ ทำไมฉันจะผ่านไม่ได้ หนูมาเพื่อให้คนอื่น มาเพื่อจะส่งต่อให้สิ่งที่เค้ามีอยู่ ให้กับผู้หญิงทุกคนในโลกนะ ไม่ได้มองแค่ปัญหาในประเทศไทย เพราะปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ สีผิว มันเป็นปัญหาของคนทั้งโลก มันไม่ได้รับการแก้ไขแบบตรงจุดสักที"

คาดหวังกับเวทีนี้ยังไง?

"จริงๆ หนูคาดหวังให้ได้มากที่สุดค่ะ อย่างที่บอกเค้าไม่ได้วัดความงามกันอย่างเดียว ถ้าวัดความงามแบบพิมพ์นิยม หนูบอกเลยว่าหนูไม่สู้ใคร แต่ความมั่นใจใครก็ไม่สู้หนูเหมือนกัน"

เรื่องภาพที่ถูกแชร์มาเรื่องห้องเช่าของเรา?

"ใช่ค่ะ ก็คือตอนแรกหนูเคยมาเช่าห้องตรงนี้อยู่แล้ว ตอนสมัยเรียนราม แล้วพอเรียนจบก็กลับไปอยู่สระบุรี เพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะ แล้วตอนช่วงประกวดหนูไปกลับจากสระบุรี ซึ่งมันนั่งรถไปกลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ คือมันต้องใช้สมองหนัก ร่างกายมันต้องพร้อม

ต่อให้หนูมีศักยภาพขนาดไหน แต่พักผ่อนไม่พอ มันก็ตอบเอ๋อได้ เพราะว่าเค้าวัดหนูทุกวินาที เช็คตั้งแต่เดินเข้ากองเลยว่า คุณขาดตรงไหน คุณบกพร่องในเรื่องอะไร มันจะใช้ในการเก็บคะแนนทั้งหมด หนูไม่อยากให้พลาดสักจุดเดียว หนูก็เลยมาเช่า

แต่ทีนี้ในรอบ 30 คน หนูก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะเข้ารอบ เลยคุยกับแม่ว่ายังไงดี ถ้าเราไม่เข้ารอบ 30 ก็เป๋วเลย เพราะว่าต้องมัดจำห้อง 3 เดือน แม่ก็บอกว่าลองดูก่อนมั้ย อย่างน้อยถ้าไม่เข้ารอบ 30 ก็ลองคิดดูว่าจะทำอะไรต่อไปได้บ้าง เลยเช่าก่อนวันออดิชั่นค่ะ ประมาณวันที่ 6 ค่ะ แล้วข้าวของมันก็เยอะ เพราะไม่มีเวลาจัด คือหนูขนขึ้นก่อนทั้งหมด ก็เลยเละเทะไปทั้งหมด 

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ

พอเราได้เข้ารอบ 30 คน ก็โอเค เงิน 1,500 บาทที่เราจ่ายไปมันก็ไม่เสียฟรีค่ะ ค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาทค่ะ มันอยู่ไกลนิดหน่อย อาจจะต้องตื่นเช้านิดนึง แต่มันก็เซฟหนู อย่างที่บอกไม่รู้เราจะเข้ารอบ 30 คนมั้ย ถ้าหนูจ่าย 3,500-4,000 บาท ก็เท่ากับหนูอยู่ได้ 2 เดือน ไหนจะค่ารถ ค่ากินอีก

หนูเครียดมาก ตอนแรกสะสมเงินไว้ก้อนนึง แต่มาเจอช่วงโควิด เลยทำให้ต้องเอาเงินก้อนนั้นมาใช้หมดเลย พอหมดปุ๊บมันก็เครียด เลยโพสต์ในโซเชียลว่า ใครที่สามารถซัพพอร์ตหนูได้ก็สามารถจ้างงานได้ เพราะไม่อยากรับเงินจากใคร รู้สึกว่าถ้าจ้างงานหนู หนูก็ทำงานให้ ก็เป็นการแลกเปลี่ยนกัน อยู่ๆ คุณโอนเงินมาให้เฉยๆ หนูรู้สึกว่าเราได้เฉยๆ รู้สึกไม่สบายใจ 

แต่โชคดีที่เพื่อนๆ สมัยมัธยม ผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเรา เค้าก็รวมเงินมาให้หนูส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะได้ต่อยอดได้ ก็เลยมีค่ารถไปกลับ ตอนที่มาประกวดหนูจ่ายเองทั้งหมดทุกอย่างค่ะ เพราะไม่มีทีมซัพพอร์ตค่ะ แต่พอมาตรงนี้ก็จะมีเพื่อนๆ ที่เคยทำงานด้วยกัน เค้าก็จะมีคอนเนคชั่นมาแนะนำเรา"

"ห้องที่หนูอยู่เป็นห้องเปล่า สภาพอย่างทีเห็นเลย หนูอยู่ได้ค่ะ สำหรับหนูก็แค่ที่นอนค่ะ แม่ก็มาอยู่ด้วย คือหนูเป็นห่วงเค้า บ้านที่สระบุรีถึงจะเป็นบ้านไม้ปกติ มันกว้างกว่านี้ แม่หนูสุขภาพไม่ค่อยดีด้วย เป็นห่วงเค้า อีกอย่างคือพอหนูมาทำกิจกรรม ก็จะไม่มีคนดูเค้า เลยเป็นห่วงตรงนี้มากกว่า"

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ
ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก คุณ โอ

แม่ให้กำลังใจยังไงบ้าง?

"เค้าก็บอกว่าทำเลย ไปเลย เธอทำได้ ทำไปเถอะ เค้ารู้ว่าหนูชอบตรงนี้ จริงๆ การประกวดนางงามเป็นความฝันสูงสุดในชีวิตหนูเลยนะ หนูเคยพูดปุ๊บ คนจะบอกว่า อย่าไปเลย ไม่สวย ไม่ขาว ทำไม่ได้ และเค้าก็บอกว่า ถ้าสมมติว่าเธอฟลุ๊คได้ แล้วไปยืน ก็บอกคนอื่นไม่ได้ว่าเป็นตัวแทนประเทศไทย 

ก็อยากจะถามกลับนิดนึงนะ ทุกวันนี้เค้าแบ่งจากอะไรว่าใครไทยไม่ไทย หนูกินอาหารไทย พูดภาษาไทย หนูเกิดที่นี่ ภาษาอังกฤษแทบจะพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไมตัดสินว่าหนูเป็นตัวแทนประเทศไทยไม่ได้"

เราหวังว่าหลังจบการประกวดชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?

"หนูว่าก็ต้องหวังอยู่แล้วค่ะ เราจะทำสิ่งอื่นใดในชีวิต เราไม่นึกถึงการก้าวหน้าในชีวิตเหรอ ถ้าอย่างนั้นนอนอยู่บ้าน ไม่ต้องมา ถูกมั้ย เราคาดหวังให้มันดีขึ้นไปอยู่แล้ว และถ้าเกิดชีวิตหนูดีขึ้น คนข้างหลังก็ดีด้วย

แม่ก็สบาย พี่น้อง หลานหนูก็ดีขึ้น มันไม่ได้ดีขึ้นแค่หนูคนเดียว ถ้าคุณซัพพอร์ตเรามา คุณช่วยอีกหลายๆ คนในชีวิตด้วย ก็ฝากเป็นกำลังใจด้วยนะคะ กับ MUT 50 ซามีน่า ศิริลักษณ์ ทรงศรีค่ะ".

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 24, 2020 at 12:47AM
https://ift.tt/3i3PuE8

เปิดชีวิต ซามีน่า MUT2020 นางงามผิวสีบ้านจนผู้ไม่เคยมองที่ต้นทุนชีวิต (คลิป) - ไทยรัฐ
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Tuesday, September 22, 2020

10 ทริคดูแลผิวช่วงหน้าฝน ให้สวยใส เป็นธรรมชาติ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

pasipaso.blogspot.com

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รมย์รวินท์ คอสเมติกส์ (Romrawin Cosmetics) มีเคล็ดลับดีๆในการดูแลผิวอย่างถูกวิธีช่วงหน้าฝน เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรง ไร้กังวลกับปัญหาผิว กับ 10 ทริคการดูแลผิวให้เด้ง สวย ดูดี บริ๊งค์ ไบรท์

เริ่มที่ 1.เลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่ง เบาสบาย ระบายอากาศได้ดี จะช่วยให้เหงื่อสามารถระเหยได้ดี และลดความอับชื้นในร่มผ้า ที่สำคัญสามารถช่วยลดสิว ลดผื่น และผิวหนังอักเสบที่เกิดได้บริเวณที่มีรูขุมขน เช่น ต้นคอ หน้าอก แผ่นหลัง เป็นต้น 2.หลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับที่เป็นโลหะหรือโลหะผสม โดยเฉพาะในคนที่มีผิวแพ้ง่าย เพราะความชื้นจากอากาศจะทำปฏิกิริยากับโลหะ ทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้ 3.แต่งหน้าบางๆ ไม่หนาจนทำให้หนักผิว เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นการแต่งหน้าแบบจัดหนักยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดรูขุมขนกว้างได้มากขึ้นเพราะคุณรู้หรือไม่ว่าช่วงอากาศชื้นมีโอกาสที่รูขุมขนจะกว้างมากกว่าปกติอยู่ก่อนแล้ว

4.หลังโดนฝน ควรจะรีบล้างหน้าทำความสะอาดผิวและสระผมให้สะอาด เพราะเป็นการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพผิวไปในตัว 5.ทำความสะอาดหน้าด้วยตัวเช็ดเครื่องสำอางหรือ cleansing ก่อนการใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้า ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ตาม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่เกิดจากฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคที่ผสมมากับคราบเหงื่ออันเป็นสาเหตุของสิวและรูขุมขนกว้าง 6.บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างหน้า แล้วซับแห้งหมาดๆ ในทันที อย่าชะล่าใจกับช่วงที่อากาศชื้นและละเลยกับการบำรุงผิว เพราะจะทำให้เกิดปัญหาผิวแห้งและขาดน้ำได้

7.ใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์หลังการล้างหน้าอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยทำความสะอาดและกระชับรูขุมขนได้ดีอีกด้วย 8.ไม่ลืมทาครีมกันแดดในขั้นตอนสุดท้าย ของการบำรุงผิวตอนเช้าทุกวัน เพื่อป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีที่แอบซ่อนอยู่ 9.ไม่ควรเข้านอนตอนผมเปียก ควรเป่าผมให้แห้ง เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นบนหนังศีรษะและผิวบริเวณกรอบหน้า เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ ปัญหาผิวจากความอับชื้น และที่สำคัญยังช่วยป้องกันไข้หวัดในช่วงหน้าฝนอีกด้วย

10.ข้อสุดท้ายต้องบำรุงผิวจากภายใน พยายามทานผักผลไม้หลากสีเพื่อให้ได้วิตามินที่เพียงพอและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดื่มน้ำบ่อยๆ วันละ 8-10 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้หากใครไม่สามารถทานผักผลไม้หลากสีได้เพียงพอสามารถรับประทานวิตามินเสริมชนิดเม็ดหรือวิธีการฉีดเข้าหลอดเลือดดำซึ่งอาจเป็นทางเลือกหรือคนที่ต้องการบูสผิวให้ผิวสวยใสระยะเวลาสั้นๆ

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 23, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/3kEcz1z

10 ทริคดูแลผิวช่วงหน้าฝน ให้สวยใส เป็นธรรมชาติ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Sunday, September 20, 2020

เปิดหน้าสด "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" ผิวใสมาก แทบไม่อยากเชื่ออายุ 52 แล้ว - Sanook

pasipaso.blogspot.com

ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ว่าทำไมบรรดาแฟนคลับของนักร้องสาวรุ่นใหญ่เจ้าของน้ำเสียงทรงพลัง อย่าง เจนนิเฟอร์ คิ้ม ถึงได้พร้อมใจกันยกให้เจ้าตัวเป็นไอดอลด้านการดูแลสุขภาพ

แถมล่าสุดบนอินสตาแกรมของเจ้าตัว @j.kim4real ก็ยังได้มีการโพสต์ภาพถ่ายอวดหน้าสดในวันสบายๆ ตอกย้ำความเป็นสาวเฮลตี้ พร้อมกับเขียนแคปชั่นติดตลกเกี่ยวกับถึงความสวยของตัวเองในวัย 52 ด้วยว่า

"ความสวย เริ่มจากภายใน แต่จบที่ภายนอก เพราะคนส่วนใหญ่มองเราที่ภายนอก มัวแต่สวยจากข้างในแล้วใครจะมองเห็นกรูล่ะคะ!! วัย 50 ต้นๆ ได้แค่นี้ก็บุญละค่ะ (มีFCคอยให้ท้ายยกหางป้าตลอดดด)"

โดยหลังจากที่ภาพเซ็ตดังกล่าวถูกโพสต์ออกไป ก็มีทั้งแฟนคลับ รวมถึงเพื่อนพ้องคนบันเทิงเข้ามาสาดคอมเมนต์ตะลึงไปกับความสวยใสธรรมชาติแบบไร้เครื่องสำอางฉาบหน้าของเจ้าตัวกันอย่างล้นหลาม

รวมถึงหลายๆ คนก็ยังอดไม่ได้อีกเช่นกันที่จะทักการปล่อยผมเรียบตรงง่ายๆ สบายๆ เพราะยิ่งทำให้ลุคนี้ของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 21, 2020 at 06:32AM
https://ift.tt/3iJEpZT

เปิดหน้าสด "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" ผิวใสมาก แทบไม่อยากเชื่ออายุ 52 แล้ว - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Friday, September 18, 2020

ระวัง! ผิวพังเพราะความเครียด ไม่อยากหมดสวย ต้องเลี่ยงด่วน - Sanook

pasipaso.blogspot.com

รู้หรือไม่ สภาพจิตใจส่งผลต่อผิวได้ เมื่อคุณรู้สึกเครียด จะส่งผลทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล ผิวพรรณไม่สวย โรคผิวหนังหลายโรคเองก็เกิดจากความเครียดของผิว ทั้งสะเก็ดเงิน เริมและงูสวัด จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ความเครียดไม่ได้ส่งผลต่อจิตใจเท่านั้น ทว่ายังมีผลกระทบต่อผิวสวยๆ ของคุณได้อีกด้วย ว่าแต่ผลกระทบกับความเครียดของคุณต่อผิวนั้นมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันค่ะ


1.ทำให้ผิวหนังระคายเคือง
เมื่อจิตใจตกอยู่ในความเครียดอย่างยาวนาน จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ลำไส้อักเสบ นานวันเข้าจะส่งผลมายังสภาพผิวภายนอกของร่างกาย ทั้งสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังอักเสบอื่น ๆ นอกจากนี้เมื่อเครียด ร่างกายจะผลิตไขมันซึ่งจะผสมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมกับแบคทีเรีย จากนั้นจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน อันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ หากไม่แก้ไขที่ต้นเหตุก็คือการลดความเครียดนั่นเอง


2.ทำให้ผิวไม่ชุ่มชื้น
ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ผลิตเมื่อร่างกายเครียดเรื้อรังจะทำให้ต่อมเหงื่อขยายตัว ร่างกายขับน้ำออก และหลั่งสารอะดรีนาลีนเกินปกติ จนทำให้ผิวของคุณขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน ระคายเคือง และลอกเป็นแผ่นได้


3.ทำให้ผิวหมองคล้ำ
ความเครียดจะทำให้ร่างกายส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง หัวใจ ปอด และตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการอยู่รอด โดยไม่ได้ส่งการไหลเวียนของเลือดมาที่ผิวเท่าที่ควร เมื่อคุณเครียด เลือดจึงมาหล่อเลี้ยงผิวหน้าน้อยลงและส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำได้


4.ทำให้เกิดผลเสียต่อผม
ความเครียดทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ซึ่งร่างกายจะตอบสนองกับฮอร์โมนแบบใดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนผมจะมันมากกว่าปกติ ผมร่วงมากกว่าปกติ หรือมีรังแค เป็นต้น


รับมืออย่างไรเมื่อผิวเครียด

หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่าสภาพอารมณ์ของคุณไม่แจ่มใส เครียดบ่อยครั้ง และปัญหาผิวที่เกิดนั้นมักมาพร้อมกับความเครียด ก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งการรับมือเมื่อผิวเครียดก็สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1.ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์ที่เหมาะสมกับผิวของตนเอง จากนั้นใช้ครีมหรือมอยเจอร์ไรซ์เซอร์สำหรับเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

2.พักผ่อนให้เพียงพอด้วยการนอนหลับวันละ 8 ชั่วโมง

3.ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง เพื่อให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอนโดฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข

4.เล่นโยคะ นั่งสมาธิ เพื่อกำหนดสติและทำให้รู้ทันอารมณ์ของตนเอง

5.หากิจกรรมที่ตนเองชอบแล้วทำเพื่อลดความเครียด

ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหากับผิว หลายคนมักคิดว่าแพ้สกินแคร์ และแก้ไขด้วยการเปลี่ยนสกินแคร์ ทั้งที่จริงแล้ว ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของคุณอาจเกิดจากความเครียดก็เป็นได้ การดูแลผิวให้ตรงจุดและหมั่นสังเกตสภาวะอารมณ์ของตนเองพร้อมสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้า บางทีคุณอาจพบกุญแจไขปัญหาผิวที่ตามหาอยู่ก็ได้ค่ะ

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 19, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/3iL9Pir

ระวัง! ผิวพังเพราะความเครียด ไม่อยากหมดสวย ต้องเลี่ยงด่วน - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Thursday, September 17, 2020

เคล็ดลับทำทรีทเม้นท์ที่บ้าน ปรนนิบัติผิวให้งามราวกับทำที่คลินิก - Sanook

pasipaso.blogspot.com

การทำทรีทเม้นท์ที่บ้าน คืออีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ ที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยากผ่อนคลายผิว แต่ไม่อยากออกไปนอกบ้าน จะด้วยเหตุผลเพราะไม่สะดวก หรือเพราะเป็นกังวลกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก ซึ่งวันนี้เราได้นำเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำทรีทเม้นท์ที่บ้านมาฝาก ต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันนะคะ


เคล็ดลับที่ 1 การทำความสะอาดและการขัดผิวหน้า

มาเริ่มกันที่เคล็ดลับที่ 1 ซึ่งจะเกี่ยวกับการทำความสะอาดและการขัดผิวหน้า ในส่วนนี้จะมีขั้นตอนการทำความสะอาดและการขัดผิวหน้าทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังนี้


1.รวบผม
ก่อนล้างหน้าควรรวบผมและเก็บเส้นผมออกจากใบหน้าให้หมด ป้องกันไม่ให้เส้นผมปรกหน้า เพื่อสะดวกต่อการล้างหน้า


2.ล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และเลือกใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน การล้างหน้าในขั้นตอนนี้ควรล้างเครื่องสำอางออกให้หมด


3.ขัดผิวหน้า
การขัดผิวจะเป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกไป ช่วยลดความหมองคล้ำบนใบหน้า และปรับผิวหน้าให้มีความกระจ่างใส


4.ล้างหน้าพร้อมทั้งซับหน้าให้แห้ง
หลังจากขัดผิวเรียบร้อยแล้ว ให้ล้างหน้าอีกครั้ง ด้วยการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นแล้วเช็ดหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งตกค้างจากการสครับผิวหน้า พร้อมทั้งซับหน้าให้แห้ง


5.นวดหน้าแล้วตามด้วยการลงสกินแคร์
ขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดและขัดผิวหน้าก็คือการนวดหน้า ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นการทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี แนะนำให้นวดหน้าก่อนลงสกินแคร์ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น


เคล็ดลับที่ 2 การทำความสะอาดรูขุมขน

ในส่วนของเคล็ดลับที่ 2 จะเกี่ยวกับการทำความสะอาดรูขุมขนบนผิวหน้า ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ขั้นตอนดังนี้

1.เปิดรูขุมขนด้วยการอบไอน้ำ
การอบไอน้ำเพื่อเปิดรูขุมขนสามารถทำได้ด้วยการเทน้ำต้มเดือดใส่ชาม จากนั้นให้ก้มหน้าเหนือชาม ซึ่งควรใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะเพื่อเป็นการดักไอน้ำเข้าสู่ผิว ใช้เวลาอบประมาณ 5 นาที


2.มาสก์หน้า
ในส่วนของการมาสก์หน้า สามารถมาสก์ได้ตามความชอบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้แผ่นมาสก์หน้าหรือจะมาสก์ด้วยโคลนหรือครีมต่างๆ ก็ตาม ใช้เวลาในการมาสก์หน้าประมาณ 15 นาที


3.มาสก์ผิวรอบดวงตา
ในระหว่างที่รอมาสก์หน้า 15 นาที ให้มาสก์ผิวบริเวณรอบดวงตา แนะนำให้ใช้แตงกวาหรือมะเขือเทศแช่เย็นฝานบางๆ หรือจะเลือกใช้เป็นถุงชาแช่เย็นก็ได้เช่นกัน วิธีเหล่านี้ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสกับผิวรอบดวงตาได้ดี


4.ล้างหน้าและซับหน้าให้แห้ง
ปิดท้ายการทำทรีทเม้นท์ที่บ้านด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อล้างสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนผิวหน้าออกให้หมด ซึ่งจะช่วยป้องกันการอุดตันในภายหลังได้ ต่อด้วยการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็น แล้วนำมาวางบนหน้า ตามด้วยการกดผ้าเบาๆ เพื่อให้สัมผัสกับผิวได้เต็มที่ แล้วจบด้วยการซับหน้าให้แห้ง


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากที่ได้รู้ถึงขั้นตอนในการทำทรีทเม้นท์ที่บ้านที่เราได้เอามาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ว่าแต่ละขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใดเลย ยังไงก็อย่าลืมเอาไปทำตามกันดูนะคะ รับรองว่าผิวหน้าได้รับการบำรุงไม่ต่างจากการทำทรีทเม้นท์ที่คลินิกอย่างแน่นอน

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 18, 2020 at 08:00AM
https://ift.tt/3iFQO0Q

เคล็ดลับทำทรีทเม้นท์ที่บ้าน ปรนนิบัติผิวให้งามราวกับทำที่คลินิก - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Monday, September 14, 2020

7 ไอเทมรักษาผิวไหม้แดดอย่างได้ผล หมดกังวลผิวคล้ำเสียกันได้เลย - Sanook

pasipaso.blogspot.com

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครที่ต้องออกแดดแล้วเจอปัญหาผิวไหม้แดดจนดำคล้ำและแสบร้อน หากกลัวว่าผิวจะลอกหรือมีอาการอักเสบที่รุนแรง วันนี้เราก็มี 7 วิธีรับมือกับอาการผิวไหม้แดดมาแนะนำกัน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้าง และจะได้ผลดีแค่ไหนนั้น ต้องลองทำกันดูค่ะ


1.ครีมทาผิวเมนทอล
ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของเมนทอลจะช่วยรักษาผิวที่ไหม้แดดของคุณให้ดีขึ้นได้ เพียงแค่นำมาทาตรงบริเวณผิวที่ไหม้แดดฤทธิ์เย็นของเมนทอลจะช่วยบรรเทาความแสบร้อนบริเวณที่ไหม้ และทำให้สบายผิว โดยใช้เพียงแค่ 1-2 วันอาการผิวที่ไหม้แดดก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


2.น้ำส้มสายชู
ฤทธิ์ของน้ำส้มสายชูจะช่วยให้ผิวที่ไหม้แดดดีขึ้นมาได้ สำหรับกรณีการโดนแดดให้นำผ้าขนหนูชุบน้ำส้มสายชูให้ชุ่มแล้วค่อยเอาไปประคบจุดที่มีอาการประมาณ 10-15 นาที ทำบ่อยๆ ทุกวันผิวจะดีขึ้นตามลำดับ


3.แตงกวาและว่านหางจระเข้
สำหรับการใช้ว่านหางจระเข้และแตงกวาให้นำแตงกวาที่ล้างสะอาด และว่านหางจระเข้ที่ผ่านการปอกเปลือกและล้างยางออกเรียบร้อยแล้วมาปั่นรวมกัน แล้วใช้พอกผิวบริเวณที่ถูกแดดไหม้วันละ 10-15 นาที เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็นทำเช่นนี้ทุกวันผิวจะฟื้นฟูได้ดีมาก


4.มะเขือเทศกับนมเปรี้ยว
ในความเป็นจริงมะเขือเทศก็เป็นผักที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวช่วยให้ผิวขาวอยู่แล้ว แต่หากคุณเกิดปัญหาผิวไหม้แดดให้ใช้มะเขือเทศผสมกับนมเปรี้ยวด้วยการบดให้ละเอียดแล้วนำมาพอกทิ้งไว้ตรงจุดที่ไหม้แดด 20 นาที เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็นจะช่วยฟื้นฟูผิวที่โดนแดดทำร้ายทำให้ผิวดีขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง


5.น้ำมันมะพร้าว
ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เสร็จแล้วนำมาทาลงบนผิว ทำแบบนี้ทุกๆ วันทั้งเช้าและช่วงเย็นจะเป็นการช่วยฟื้นฟูผิวที่เกิดรอยไหม้ทำให้จางลงได้


6.ชาคาโมมายล์
ใช้ถุงชาคาโมมายล์ที่แช่น้ำร้อนเอาไว้เสร็จแล้วทิ้งให้เย็นหรือคุณจะนำน้ำนั้นไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้ได้น้ำที่เย็นมากขึ้น แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำที่เย็นมาประคบที่ผิว ทำแบบนี้ทุกวันจนกว่าผิวที่ไหม้จะดีขึ้น


7.นมสด
วิธีนี้ให้ใช้นมสดแช่เย็น แล้วนำเอาสำลีมาชุบ ตามด้วยเช็ดผิวเบาๆ หรือแปะทิ้งเอาไว้ก็ได้ จนกว่าอาการแสบไหม้จะหายไป ซึ่งสามารถทำได้บ่อยๆ


7 วิธีนี้จะช่วยให้ผิวที่ไหม้แดดของคุณฟื้นฟูขึ้นได้ และหมดกังวลกับปัญหาผิวไหม้แดดไปได้เลย แต่ทั้งนี้หากมีอาการไหม้แดดอย่างรุนแรง แนะนำให้ไปพบแพทย์จะดีที่สุด

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 15, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/3bXfHCA

7 ไอเทมรักษาผิวไหม้แดดอย่างได้ผล หมดกังวลผิวคล้ำเสียกันได้เลย - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Saturday, September 12, 2020

หลับสบาย พร้อมบำรุงผิวกายตลอดคืน เพื่อผิวสดใสรับวันใหม่ - Sanook

pasipaso.blogspot.com

“อาการนอนไม่หลับ (Insomnia)” ปัญหาที่มักพบบ่อยที่สุด (30% ของประชากรทั่วโลก) โดย 70% เกิดจาความเครียดซึ่งหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล คุณภาพของการนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มีความรู้สึกสดชื่น สมองทำงานไวขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง อาการนอนไม่หลับที่บำบัดด้วยกลิ่นหอมบางชนิด อาทิ ดอกลาเวนเดอร์ จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต โดยจะทำให้เข้าสู่ระยะหลับลึก (slow-wave sleep) ของวงจรการนอนเร็วขึ้น เป็นช่วงที่ร่างกายจะผ่อนคลาย กล้ามเนื้อไม่ตึงตัว จึงสามารถช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น*

*ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสลียัน โดย ดร.นามนิ โกเอล ทดสอบจากอาสาสมัคร 31 คน หลังจากสูดดมกลิ่น Lavender essential oil ก่อนนอน เป็นเวลา 1 คืน


THANN ขอแนะนำเคล็ดลับในการบำบัดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้นอนหลับสบาย ด้วย Lavender and Rosemary bath & massage oil (295ml THB 990) ที่นอกจากช่วยปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ ด้วยกลิ่นหอมจาก Lavender และ Rosemary essential oils ยังช่วยบำรุงผิวในขั้นตอนเดียวด้วย Rice bran oil ที่อุดมด้วยสารสำคัญ Gamma-oryzanol (ที่ไม่มีในพืชอื่นใด) อันเป็นเอกลักษณ์ของ THANN ทำหน้าที่เป็นสาร anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ ช่วยเติมน้ำสู่ผิวพร้อมสร้างฟิล์มบางๆ เคลือบผิว ปกป้องการระเหยของน้ำออกจากผิว สูตรที่พัฒนาให้ซึบซาบเร็ว ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน สามารถใช้แช่ผิวใน bathtub หรือบำรุงผิวหลังอาบน้ำทันที โดยไม่ต้องล้างออก

นอกจากนี้ เพื่อให้ผิวผ่อนคลายในระดับลึกและหลับสบายขึ้น สามารถใช้ Healing stone massage ingot (THB 900) เพียงนำไปแช่น้ำร้อน 30 นาทีก่อน แล้วใช้ควบคู่ไปกับเทคนิคการนวดด้วย Bath and massage oil ตามรูปด้านล่าง

หลับสบาย พร้อมบำรุงผิวกายตลอดคืน ด้วย Bath & Massage Oil และ Healing stone massage ingot ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน THANN ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศอาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) และสาขาถนนกลาง (ย่านเมืองเก่า) จังหวัดภูเก็ต

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 13, 2020 at 09:30AM
https://ift.tt/3ivqoPm

หลับสบาย พร้อมบำรุงผิวกายตลอดคืน เพื่อผิวสดใสรับวันใหม่ - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Friday, September 11, 2020

ไม่อยากผิวเสียต้องอ่าน 5 ความเชื่อผิดๆ ในการบำรุงผิว - Sanook

pasipaso.blogspot.com

ไม่ว่าใครก็ปรารถนาการมีผิวพรรณที่สวย ผ่องใสด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะความเชื่อผิด ๆ อาจส่งผลให้ผิวของคุณย่ำแย่กว่าเดิมได้ เพราะการดูแลผิวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องการการใส่ใจดูแล วันนี้เราจึงขออาสาพามาดูว่าความเชื่อในการดูแลผิว ที่ทำแล้วผิวแย่กว่าเดิมมีอะไรบ้าง สาวๆ ไปตามติดกันเลยค่ะ


1.ครีมกันแดดไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ความเข้าใจผิดที่ผู้หญิงหลายคนเป็นกันก็คือ การใช้รองพื้น หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารกันแดดและไม่ทาครีมกันแดด ซึ่งความเข้าใจนี้เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะสารกันแดดที่ผสมมาในครีมบำรุงผิวหรือครีมรองพื้นไม่เพียงพอต่อการปกป้องรังสียูวีจากผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางที่ดีควรใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ และเพื่อช่วยป้องกันการเกิดปัญหาผิวอีกหลายประการอันเนื่องจากแสงแดดเป็นตัวการ


2.การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นคือ สิ่งที่เหมาะสม
หลายคนมักเข้าใจว่าหลังจากการมาส์กหน้า พอกหน้าหรือสครับหน้า เราจะต้องใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน แต่แท้ที่จริงแล้วน้ำอุ่นกับเป็นตัวการทำร้ายผิว ยิ่งน้ำอุณหภูมิสูงมากเท่าไร ยิ่งทำให้รูขุมขนกว้างมากขึ้นเท่านั้น หากต้องการดูแลผิว ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติจะดีกว่า


3.ล้างหน้าบ่อยๆ ทำให้หน้าไม่มัน
การล้างหน้าบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยให้ผิวดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะยิ่งล้างหน้าผิวก็ยิ่งแห้ง เมื่อผิวแห้งก็ยิ่งผลิตน้ำมันทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไป ทางที่ดีควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็นก็เพียงพอแล้ว เพื่อการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสดใส เปล่งปลั่งมากกว่าเดิม น้ำมันยังเป็นตัวช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว และทำให้รอยสิวจางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย


4.ผิวมัน ไม่ต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์
คนผิวมันมักเข้าใจผิดคิดว่าผิวของตนเองไม่จำเป็นต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ แต่ที่จริงแล้ว ผิวมันเองก็ต้องได้รับการบำรุงไม่แพ้ผิวประเภทอื่นๆ  ซึ่งหากคุณเป็นสาวผิวมันก็ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว


5.วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่อันตรายต่อผิว
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ว่าสารสกัดจากธรรมชาติจะไม่เป็นอันตรายต่อผิวเลย เพราะสารบางอย่างหากใช้แบบผิด ๆ หรือใช้มากเกินไปก็ทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดการแพ้ได้เช่นกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามควรใช้ด้วยความระมัดระวังจะดีที่สุด

หากสำรวจตัวเองดูแล้วพบว่าตนเองเข้าใจผิดไปหลายประการ ไม่ต้องตกใจไป เพราะต่อจากนี้คุณจะมีความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อการดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ผิวจึงสวยใส เปล่งประกายจนหลายคนออกปากทัก

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 11, 2020 at 01:50PM
https://ift.tt/3hgFG9n

ไม่อยากผิวเสียต้องอ่าน 5 ความเชื่อผิดๆ ในการบำรุงผิว - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Thursday, September 10, 2020

THREE Solar Tinted Glow Flow รองพื้นตัวใหม่ งานผิวสวยใสสู้แดด - ผู้จัดการออนไลน์

pasipaso.blogspot.com


ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก THREE Solar Tinted Glow Flow รองพื้นสำหรับผู้ที่รักในแสงแดดและรักการเปลือยผิว กับ SPF 50+ / PA ++++ สนุกสนานไปกับกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างอิสระ สัมผัสแสงแดดอย่างไร้กังวล


เผยผิวสวยแบบแบร์สกิน ด้วยขั้นตอนใช้แสนง่าย มอบผิวสวยไร้ที่ติอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนไร้เมกอัพ สูตรปราศจาก 5 ส่วนผสมทำร้ายผิว ทั้งสารดูดซับรังสียูวี, พาราเบน, น้ำหอมเคมี, มิเนอรัล ออยล์ และสีจากเคมี ใช้ได้ทุกวันอย่างไร้กังวล ผสานโบทานคอล ออยล์ 7 ชนิด และสารสกัดบำรุงผิวมากมาย อย่างเมล็ด Cacay และ Kakadu Plum ช่วยปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ และปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส


THREE Solar Tinted Glow Flow รองพื้นสูตรเนื้อบางเบาจาก THREE เป็นทั้งกันแดดและไพรมเมอร์ สามารถเติมได้ระหว่างวันที่มาพร้อม 7 เฉดสีให้เลือก ขนาด 30 มล. ในราคา 1,950 บาท

@threecosmeticsthailand
#threecosmeticsthailand
#threesolartintedglowflow


Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 10, 2020 at 08:21AM
https://ift.tt/2FmrKxj

THREE Solar Tinted Glow Flow รองพื้นตัวใหม่ งานผิวสวยใสสู้แดด - ผู้จัดการออนไลน์
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Wednesday, September 9, 2020

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวปังในขวดเดียว ด้วยสเปรย์กุหลาบจาก Jurlique - Sanook

pasipaso.blogspot.com

Rosewater Balancing Mist Intense Deluxe Edition: สุดยอดกุหลาบสี่สายพันธุ์ในขวดเดียว

การกลับมาอีกครั้งของผลิตภัณฑ์เฟเชี่ยลมิสท์ยอดนิยมในรูปแบบ Deluxe Edition ให้ผลลัพธ์ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง ด้วยสารสกัดจากกหุลาบ 4 สายพันธุ์ ที่คัดสรรเพื่อมอบคุณค่าการปกป้องผิว พรอ้มกลิ่นหอมหวานละมุนอันเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ละอองมิสท์ที่ชุ่มฉํ่าให้สัมผัสที่เบิกบานทั้งความรู้สึก และให้สัมผัสสบายผิว อณูละเอียดบางเบาช่วยปลอบประโลมและให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีในทันที พร้อมคืนสมดุล ปรับผิวให้อ่อนนุ่ม เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติผิวด้วยละอองอันชุ่มฉํ่า ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าการบํารุงจากกุหลาบ 4 สายพันธุ์

ความเข้มของดอกกุหลาบและไฮเดรชั่น

กุหลาบทั้ง 4 สายพันธุ์ที่ว่านั้น ได้แก่ กุหลาบโรซ่า เซนทิโฟเลีย (Rosa Centifolia) มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ รักษาสมดุลระดับความชุ่มชื้นผิว, กุหลาบโรซ่า คานิน่า (Rosa Canina) อุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นและปรับสมดุลให้ผิวสวย, กุหลาบโรซ่า มัลติฟลอร่า (Rosa Multiflora) ช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใส พร้อมกระชับรูขุมขนและลดการอักเสบระคายเคือง และกุหลาบโรซ่า กัลลิก้า (Rosa Gallica) ช่วยในผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียนน่าสัมผัส โดยดอกกุหลาบทั้ง 4 ได้นำมาเป็นส่วนผสมเข้มข้นที่อัดแน่นภายในขวด เมื่อนำมารวมกันจึงได้ผลลัพธ์ที่สามารถเชื่อมต่อจากพลังธรรมชาติ  พร้อมปลุกประสาทสัมผัสทั้งหมดของคุณให้สดชื่นขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ียังอุดมด้วย สารRose Polyphenol ที่ช่วยลดอาการระคายเคืองของผิวเมื่อโดนแสงแดด  อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำลงได้

เรื่องราวอันงดงามเบื้องหลังงานดีไซน์

แรงบันดาลใจจากความแตกต่างอันเย้ายวนของกุหลาบแต่ละสายพันธุ์และสถานที่ในวัยเด็กที่เธอรัก เอเดรียน่า พิคเกอร์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ได้ถ่ายทอดความรักที่มีต่อดอกกุหลาบมาตลอดชีวิตลงบนกล่อง Intense Deluxe Edition “ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามอันไร้ขอบเขตของมิวส์อันยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่าธรรมชาติ ดังนั้นดอกกุหลาบสำหรับฉันจึงเป็นมากกว่าดอกกุหลาบ... ”

ในการแสดงออกถึงความรักที่เธอมีต่อธรรมชาติและพืชพันธุ์ไม้ เอเดรียน่า ได้กล่าวถึงความชื่นชอบที่มีต่องานศิลปะนี้ว่า “งานนี้ฉันไม่ได้เน้นแค่ดอกไม้ แต่จะเน้นที่ใบไม้ ดอกตูม และผลกุหลาบ พร้อมเน้นย้ำว่าความงามของดอกกุหลาบนั้นไม่ได้มีดีแค่ได้รับความนิยมมากเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงขั้นตอนการปลูก การเจริญเติบโต และการเลี้ยงดูต้นกุหลาบอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้จะเป็นในช่วงเวลาที่ดอกไม้ไม่เบ่งบานก็ตาม...มุมมองนี้ช่วยให้เราได้ค้นพบความงามในด้านที่เราอาจมองข้ามไป”

ในฐานะชาวออสเตรเลียนที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก กลิ่นถือเป็นเครื่องเตือนความจำอันทรงพลัง กลิ่นหอมของดอกกุหลาบช่วยดึงเธอออกจากความตึงเครียดท่ามกลางป่าคอนกรีตของมหานครใหญ่แห่งนี้ให้กลับไปสู่รากของเธอ ภายในสวนอันเงียบสงบของคุณยาย กระตุ้นเตือนให้นึกถึงช่วงเวลาอันสวยงามและสงบเงียบ

ฉีดพรมได้ทุกที่ ทุกเวลา

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมเปิดประสาทสัมผัสด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของมวลดอกกุหลาบ สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น...

1.       ฉีดพรมระหว่างวันเพื่อเติมความสดชื่นและชดเชยความชุ่มชื้นให้ผิวในทันที
2.       ฉีดผสมในสครับหรือมาสก์ เพื่อเพิ่มคุณค่าการบำรุงให้ผิว
3.       ฉีดใส่ฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นเพื่อเพิ่มความเรียบเนียน
4.       ฉีดหลังจากการแต่งหน้า เพื่อช่วยเซ็ตและให้ผิวแลดูความเปล่งปลั่งสุขภาพดี
5.       ฉีดใส่แผ่นมาสก์ นำมาบำรุงผิวหน้า
6.       ฉีดพรมลงบนเส้นผมหรือผิวกาย เพื่อให้คุณค่าการบำรุงพร้อมเจือกลิ่นหอม
7.     ฉีดลงบนสำลีเช็ดใบหน้าแทนโทนเนอร์

ปรนนิบัติตัวคุณและคนที่คุณรักได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงฉีดพรม Intense Roses เท่านั้นก็สามารถช่วยให้คุณหลบหนีกลับสู่ธรรมชาติด้วยกันได้

Rosewater Balancing Mist Intense Deluxe Edition (200 ml / 2,500 บาท)

Instagram: @Jurlique_th/ Facebook: Jurlique.th / Line: @Jurliquethailand / Lazada: Jurlique Official

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 09, 2020 at 01:00PM
https://ift.tt/32emx3D

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวปังในขวดเดียว ด้วยสเปรย์กุหลาบจาก Jurlique - Sanook
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Tuesday, September 8, 2020

นานๆ เห็นที “แอฟ ทักษอร” อวดต้นขา-เรียวขายาว โชว์ผิวขาวสะท้อนแดด - โพสต์ทูเดย์

pasipaso.blogspot.com

นานๆ เห็นที “แอฟ ทักษอร” อวดต้นขา-เรียวขายาว โชว์ผิวขาวสะท้อนแดด

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 11:00 น.

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 09, 2020 at 11:02AM
https://ift.tt/3kceoD1

นานๆ เห็นที “แอฟ ทักษอร” อวดต้นขา-เรียวขายาว โชว์ผิวขาวสะท้อนแดด - โพสต์ทูเดย์
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Monday, September 7, 2020

แพทย์แนะนำดูแลถูกวิธี กู้ผิวสวยไม่หย่อนคล้อย - ไทยโพสต์

pasipaso.blogspot.com


     เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวจะเริ่มแสดงสัญญาณความเปลี่ยนแปลง อาทิ สูญเสียความกระชับ ความหย่อนคล้อย และริ้วรอยก่อนวัย หากขาดการดูแลอย่างถูกวิธี ปัญหาของผิวก็ยิ่งปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แนะ ‘วิธีกู้ผิวสวยจากความหย่อนคล้อยและริ้วรอยก่อนวัย’ พร้อมเทคนิคการนวดเพื่อกระชับผิวหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) 

(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)


     คุณหมอพลอยลดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีดูแลผิวพรรณให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอว่า ‘การเสื่อมสภาพของผิวขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายใน (Intrinsic aging) ซึ่งเป็นการเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดจากอายุ พันธุกรรม ความเครียด และฮอร์โมน ส่งผลกระทบทำให้กระบวนการผลิตคอลลาเจน (Collagen) ใต้ผิวลดลงเฉลี่ยปีละ 1% ในขณะที่เราอายุมากขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ง่าย และปัจจัยภายนอก (Extrinsic aging) เป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร อาทิ ริ้วรอยที่เกิดจากรังสียูวีในแสงแดด (Photo aging) ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น แห้งกร้าน รวมถึงการเกิดความผิดปกติของเม็ดสี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ มลภาวะ การแต่งหน้า การสูบบุหรี่ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีส่วนเร่งทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว 

     ดังนั้นการดูแลสุขภาพผิวหน้าและผิวกายอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุผิว ทำให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยควรเริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ บริหารจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นพวกผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากๆ ซึ่งมีมากในผักและผลไม้ เช่น คะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี อะโวคาโด น้ำมันมะกอก มะขามป้อม ฝรั่ง ส้ม และควรออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่ไปกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยในการฟื้นฟูและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้เราไม่ต้องแก่ก่อนวัยอันควรอีกด้วย’

     สำหรับเทคนิคการนวดเพื่อกระชับผิวหน้า 1.ใช้นิ้วโป้งดันผิวบริเวณขากรรไกร เน้นน้ำหนักขณะนวดตามแนวกรอบหน้าติ่งหู (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 2.ทำมือหลวมๆ แล้วใช้นิ้วกลางดันผิวใต้แก้มให้ยกขึ้น (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 3.ใช้ 4 นิ้วแตะผิวใบหน้า ลากจากด้านข้างกรามขึ้นไปหาขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 4.ใช้ 3 นิ้วลูบคิ้วจากกึ่งกลางใบหน้าออกไปหาขมับ ออกแรงกดเบาๆ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 5.ใช้ฝ่ามือวางแนบผิวในแนวขวาง แล้วลูบให้แนบจากหน้าผากถึงไรผม สลับมือซ้ายขวา (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 6.ใช้นิ้วกลางดันขึ้นจากใต้ร่องพับข้างปีกจมูกตรงไปหาปีกจมูก จากนั้นใช้นิ้วกลางดันขึ้นจากปีกจมูก ตรงไปสู่กลางหน้าผากระหว่างหัวคิ้ว 7.ใช้ฝ่ามือรวบบริเวณข้างปีกจมูกทั้ง 2 ข้าง เหมือนทำท่าป้องปาก ลูบฝ่ามือทั้ง 2 ข้างออกด้านข้างแก้มในลักษณะยกขึ้น โดยเน้นน้ำหนักการลูบออกข้างปีกจมูกจนถึงแนวขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) 8.แนบฝ่ามือทั้ง 2 ข้างกับใบหน้า เพื่อดึงทั้งพวงแก้มขึ้นจากปลายคางไปขมับ (ทำซ้ำ 3 ครั้ง).

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 08, 2020 at 12:05AM
https://ift.tt/3h4pFTT

แพทย์แนะนำดูแลถูกวิธี กู้ผิวสวยไม่หย่อนคล้อย - ไทยโพสต์
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Sunday, September 6, 2020

อเมริกันเดือด ผิวดำติดอาวุธแสดงพลังผิวขาวถือปืนขู่บ้าง - โพสต์ทูเดย์

pasipaso.blogspot.com

อเมริกันเดือด ผิวดำติดอาวุธแสดงพลังผิวขาวถือปืนขู่บ้าง

วันที่ 06 ก.ย. 2563 เวลา 21:27 น.

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 06, 2020 at 09:28PM
https://ift.tt/330i1Vq

อเมริกันเดือด ผิวดำติดอาวุธแสดงพลังผิวขาวถือปืนขู่บ้าง - โพสต์ทูเดย์
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i

Saturday, September 5, 2020

DIY สครับผิวขาวสวย ด้วยกากกาแฟ ใช้ส่วนผสมแค่ 2 อย่าง ผิวก็ขาวใส ชุ่มชื้น! - TrueID - Women

pasipaso.blogspot.com

     ใครที่อยากมีผิวสวยใส ไม่ต้องไปมองหาคอลลาเจน หรือฉีดผิวขาวให้เสี่ยงอันตรายค่ะ เพราะวันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับสครับผิวด้วยกาแฟมาฝากกัน! งานนี้ใครที่เป็นคอกาแฟ และชอบชงกาแฟดื่มเอง อย่าได้ทิ้งกากกาแฟกันนะคะ เพราะนี่คือตัวช่วยผิวสวยที่ดีสุดๆ เลยล่ะค่า

สูตรสครับผิวขาว ด้วยกากกาแฟ

อุปกรณ์และส่วนผสม

1. กากกาแฟ

2. น้ำมันบำรุงผิวหน้า

3. ขวดโหลขนาดเล็ก

4. ช้อน

เตรียมของแล้วก็มาลงมือกันเลยค่า

วิธีทำสครับกากกาแฟ

1. ตักกากกาแฟลงในขวดโหลขนาดเล็ก

2. ใช้ดรอปเปอร์หยดน้ำมันบำรุงผิวหน้าลงในกากกาแฟและคนให้เข้ากัน

3. ล้างหน้าและซับหน้าให้แห้งหมาดๆ จากนั้นทาสครับกาแฟนี้ลงบนผิวหน้า โดยเว้นบริเวณดวงตาเอาไว้

4. นอกเหนือจากใบหน้าแล้ว ถ้าสาวๆ อยากให้ผิวสวย ก็สามารถทาสครับกาแฟนี้ลงบนผิวกายได้ด้วย

5. ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น และหยดน้ำมันบำรุงผิวหน้าประมาณ 10 หยดแล้วนวด เพื่อคืนความชุ่มชื้นสู่ผิวหน้า

     เพียงแค่นี้ก็ได้ผิวใส สุขภาพดี ในเวลาเพียงไม่นานแล้วล่ะค่า

บทความที่คุณอาจสนใจ

Let's block ads! (Why?)



"ผิว" - Google News
September 06, 2020 at 10:00AM
https://ift.tt/3i4EpmY

DIY สครับผิวขาวสวย ด้วยกากกาแฟ ใช้ส่วนผสมแค่ 2 อย่าง ผิวก็ขาวใส ชุ่มชื้น! - TrueID - Women
"ผิว" - Google News
https://ift.tt/2XmUw7i